fic

[fic]Doloroso de espera(song fic คนสำคัญ)

posted on 27 Aug 2009 20:51 by suigintoudarkdoll  in fic

Author : Suigintou

 

 

 

Rate : PG13

 

 

 

Paring : Aioros x Shura

 

 

 

Assume lead : ....อดีตได้กลายเป็นความเจ็บปวด  มันตามหลอกหลอนข้าอยู่ร่ำไป.. .....ภาพในวันนั้น             

  ฉายอยู่ในใจข้าซ้ำๆเหมือนภาพยนตร์ที่ไม่มีวันจบสิ้น.....  วันนั้น....

......วันที่ข้าปลิดชีพไอโอรอส........

 

 

 

      

 

      

       ชูร่า ยินดีด้วยนะ ในที่สุดเจ้าก็ได้เป็นโกลด์เซนต์…”  ข้าจำคำพูดนั้นได้ดี  หลังจากเสร็จพิธีแต่งตั้งให้ข้าเป็นโกลด์เซนต์แคปปริคอร์นอย่าเป็นทางการในช่วงเช้า   ไอโอรอส โกลด์เซนต์ซาจิทาเรียสก็มาแสดงความยินดีกับข้าถึงวิหาร   หมอนั่นใช้มือสากๆลูบหัวข้าเหมือนที่เคยทำ แต่ข้ากลับปัดมือนั่นทิ้ง.....

 

 

      

 

        

       ข้าไม่ใช่เด็กนะ ข้าเป็นโกลด์เซนต์เหมือนเจ้าแล้ว

 

 

      

 

 

       “มันก็จริงนะ แต่ในสายตาข้า เจ้าก็เหมือนเด็กอยู่ดีนั่นแหละ..  ไอโอรอสยิ้ม... เป็นรอยยิ้มที่อบอุ่นเหมือนแสงอาทิตย์   ..และข้าก็...ตกหลุมรักรอยยิ้มนั่น..

 

      

      

 

 

       ไอโอรอสเป็นเหมือนตัวอย่างของข้า  ทั้งด้านคุณธรรมและพลัง  ...ข้าชอบเขามาก  ..ชอบมากจริงๆ..  แต่ทั้งๆที่ข้าชอบไอโอรอส การกระทำทุกอย่างของข้ากลับตรงข้ามกับความรู้สึกในใจอย่างสิ้นเชิง...

 

 

      

 

 

       ในคืนนั้น..ข้าลองนอนคิดว่า ถ้าหากไอโอรอสไม่อยู่แล้ว  โลกของข้าจะเป็นเช่นไร...   ข้ารู้ว่ามันไม่ดีที่คิดแบบนี้  แต่ความกังวลเล็กๆก็เกิดขึ้นในใจ... เบาบางมาก จนข้าหลับไปโดยไม่ได้คิดอะไรอีก

 

 

 

 

 ..........แต่หลายอาทิตย์ต่อมา ความกังวลของข้าก็เป็นจริง............

 

 

 

      

 

 

        เฮ้ย! จับไอโอรอสไว้เร็ว!! มันทำร้ายท่านเคียวโก ลักพาตัวอาเธน่า!!!”

 

 

      

       

 

        หนอย! ไอ้คนทรยศ!”  ในตอนนั้น องค์เคียวโกเรียกข้าไปพบเพื่อมอบภารกิจอย่างหนึ่งให้... และมันก็เป็นอย่างที่ข้าคิด.......

 

 

      

 

 

       ชูร่าแห่งแคปปริคอร์น  เราขอมอบหน้าที่ประหารไอโอรอสให้เจ้า ในข้อหาเป็นกบฏ ลักพาตัวและคิดฆ่าอาเธน่า....  น้ำเสียงอันเรียบเฉยของประมุขแห่งแซงค์ทัวรี่กลับสั่นคลอนจิตใจข้าได้มากมายนัก.. วินาทีนั้นข้าไม่อยากเชื่อเลย ว่าคนที่เปี่ยมด้วยคุณธรรมอย่างไอโอรอสจะกลายเป็นกบฏไปได้......

 

 

      

 

 

       เป็น...ความจริงหรือครับ....  ทั้งที่ข้าพยายามพูดให้เป็นปกติ แต่น้ำเสียงกลับสั่นคอลนอย่างควบคุมไม่ได้  ...ข้ารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนโง่เง่า ที่หลงเชื่อคนลวงโลกอย่างไอโอรอส....

 

 

      

 

       

        ถูกแล้ว... ยิ่งองค์เคียวโกให้การยืนยันเช่นนี้ ข้ายิ่งปักใจเชื่อว่าไอโอรอสกลายเป็นคนทรยศไปจริงๆ... ไอโอรอสทรยศต่อความรู้สึกของข้า...

 

 

 

 

+++++++++++++++++++++++++++

 

      

 

 

         แฮ่กๆ เท่านี้ก็น่าจะหนีพวกทหารพ้นแล้ว...

 

 

      

 

 

       เอ็กซ์คาลิเบอร์!” ข้าไม่ลังเลที่จะหันดาบใส่ไอโอรอสอีกต่อไป แม้นั่นจะหมายถึงการฆ่าคนที่รักที่สุด.....   ถึงหัวใจตัวเองต้องแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ หน้าที่ก็ต้องมาก่อน.. นี่แหละเซนต์แห่งอาเธน่า....

 

 

      

 

 

       ช..ชูร่า!? ทำไมเจ้าถึง....  ข้าเห็น...เด็กทารกคนหนึ่งอยู่ในอ้อมแขนของไอโอรอส รวมทั้งคล็อธซาจิทาเรียสที่สะพายอยู่     ...ทุกอย่างเป็นเหมือนที่องค์เคียวโกพูดงั้นหรือ...?

 

 

      

 

 

        ทำไมกัน...ไอโอรอส  เจ้าทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร..  ข้ากัดฟันแน่น ขอบตาทั้งสองร้อนผ่าว  ข้าไม่อาจหนีความจริงที่ว่า....ข้าไม่อยากฆ่าไอโอรอส   การที่ต้องเลือกระหว่างความรัก..กับหน้าที่...มันช่างเจ็บปวดเหลือเกิน....

 

 

      

 

 

       ข้าทำไปเพื่อ....ความรักและคุณธรรมบนโลก และเพื่ออาเธน่า....  ข้ายังคงคิดว่าไอโอรอสพูดโกหก   เพื่อให้ข้าที่เคยทำมาตลอดกับทุกคนในแซงค์ทัวรี่ 

 

 

      

 

 

 

         ทั้งที่ข้าเชื่อใจเจ้ามาตลอด...  ทั้งที่ข้านับถือเจ้ามาตลอด... ทั้งๆที่ข้าอุตส่าห์เชื่อ!!!”  ข้าใช้เอ็กซ์คาลิเบอร์ที่สถิตอยู่ในแขนขวาฟาดฟันไปที่ไอโอรอสไม่ยั้ง    ...ข้าไม่รับฟังอะไรอีกแล้ว

 

 

      

 

 

       เอ็กซ์คาลิเบอร์!!!”

 

 

      

 

 

       ชูร่า! ฟังก่อนสิ ข้าไม่อยากทำร้ายเจ้า!!”  เพราะอารมณ์ที่พุ่งพล่านในตอนนั้นทำให้การโจมตีของข้าขาดความแม่นยำ มันแค่ถากผิวของไอโอรอสไปเท่านั้น    ...อันที่จริง เขาอาจหลบการโจมตีของข้าได้อย่างง่ายดายเพียงแค่ทิ้งเด็กทารกคนนั้นไป   แต่ไอโอรอสกลับพยายามปกป้องเด็กคนนั้น.....

 

 

      

 

       ข้าได้รับคำสั่งจากท่านเคียวโกให้ฆ่าเจ้า... แต่ข้าไม่อยากทำร้ายคนที่ไร้ทางป้องกัน ใส่คล็อธซะ!!”  เพื่อการต่อสู้ที่สมศักดิ์ศรีของโกลด์เซนต์   และเพื่อ...ตัดใจจากความอาวรณ์ที่มีต่อไอโอรอส..

 

 

      

 

       ไอโอรอสทำหน้าลำบากใจอยู่ชั่วครู่ สุดท้ายจึงวางทารกคนนั้นลงและสวมคล็อธซาจิทาเรียส  แล้วจึงหันมาทางข้า

 

 

      

 

       

        ชูร่า...ข้าไม่อยากทำร้ายเจ้าเลยนะ......  ไอโอรอสยิ้มเศร้าๆให้ข้า  ยามที่ข้าเห็นรอยยิ้มนั่น ใจข้ายิ่งถูกบีบรัด แต่คำว่าหน้าที่ก็เป็นเหมือนโซ่ตรึงข้าไว้.......

 

      

 

 

        ข้าไม่มีอะไรต้องพูดกับคนทรยศอีกต่อไป....  ข้าอยู่ในท่าพร้อมสู้ แขนขวาถูกยกขึ้นขนานกับพื้นเพื่อเตรียมลงดาบ...

 

 

      

 

 

       เอ็กซ์คาลิเบอร์!”  คราวนี้การโจมตีของข้าโดนไอโอรอสเต็มๆ  ร่างในชุดคล็อธซาจิทาเรียสลอยไปกระแทกกับหินผาด้านหลังจนกระอักลิ่มเลือดออกมา..  แต่สายตาที่ไอโอรอสมองข้าไม่มีความโกรธเหรือเกลียดชังแม้แต่น้อย...  หากแต่เป็นตัวข้า...ที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง.....

 

      

 

 

       สู้สิไอโอรอส  อย่าทำให้ศักดิ์ศรีนักรบของข้าต้องแปดเปื้อนไปมากกว่านี้เลย...

 

      

 

 

       ถ้างั้น ก็จงรู้ไว้เถิดว่า ...ข้าไม่เคยเกลียดเจ้าแม้สักวินาที.... เชื่อข้าสิ.....  ข้าเกือบร้องไห้...เพราะรอยยิ้ม สายตาและคำพูดอันอบอุ่นของไอโอรอส

 

 

      

 

 

       รับมือ... ข้ายกแขนขึ้นอีกครั้ง พลางเร่งคอสโม่ในกายให้สูงขึ้นเพื่อปลิดชีพอีกฝ่ายในดาบเดียว   ไอโอรอสเองก็อยู่ในท่าเตรียมเช่นกัน

 

 

      

 

 

       เอ็กซ์คาลิเบอร์!”

 

      

 

 

       อะตอมมิค ธันเดอร์โบลท์!”

 

 

           

 

 

               ฉัวะ! ตูม!

 

 

      

 

 

       อั่ก!” ถึงจะมีคล็อธป้องกันร่างกาย แต่หมัดของหนึ่งในโกลด์เซนต์ที่แข็งแกร่งที่สุดก็ทำให้ข้าได้รับบาดเจ็บได้...  ไอโอรอสเองก็ได้รับบาดเจ็บการโจมตีของข้าเช่นกัน..

 

 

 

 

 

เพียงแต่... บาดแผลที่ไอโอรอสได้รับสาหัสกว่ามาก....

 

 

      

 

 

         ข้าค่อยๆเดินไปหาคนทรยศที่กำลังบาดเจ็บที่อยู่ใกล้กับเหวที่เกิดจากการโจมตีด้วยดาบศักดิ์สิทธิ์ของข้า    หมายจะบั่นคอให้หลุดจากบ่า....  ข้ายกแขนขึ้น  และก่อนที่ข้าจะฟันลงไป ไอโอรอสก็พูดขึ้นมาว่า.....

 

 

      

 

 

        ถ้าเจ้าคิดจะฆ่าข้าจริงๆก็เอาเถอะ ข้าไม่โกรธเจ้าหรอก...  แขนข้าหยุดค้างทันที   ทั้งๆที่รู้ว่าตัวเองต้องถูกฆ่า  แต่รอยยิ้มที่ฉาบบนใบหน้าของไอโอรอสยังอบอุ่นดั่งเช่นวันวาน.....  ข้าไม่สามารถกลั้นน้ำตาได้อีกต่อไป…..

 

 

      

 

 

       ข..ข้า  ข้าฆ่าเจ้าไม่ได้.... ฮึก ไอโอรอส...  ข้าทรุดตัวลงข้างๆร่างบอบช้ำของคนที่ข้ารักสุดหัวใจ    บาดแผลนั่นลึกมาก   ....เหมือนกับจงใจรับการโจมตีของข้า...

 

 

      

 

 

       ขอร้องล่ะ..   กลับไปตอนนี้ยังทันนะ ....ข้าจะขอร้องท่านเคียวโกให้ก็ได้  ฮึก...  น้ำตาข้าไหลไม่หยุด  ข้ารู้ดีว่าไอโอรอสตั้งใจจะตาย  แต่ข้าไม่รู้เลยว่าอะไรหรือทำไมไอโอรอสต้องทำแบบนี้  ข้าไม่เข้าใจเลย...........

 

 

      

 

 

       ไม่ได้หรอก ถ้าข้ากลับไป อาเธน่าเด็กคนนี้คง...  คำพูดนั้นราวกับจะบอกใบ้เรื่องราวทั้งหมด  แต่สมองข้ากลับตื้อตันจนคิดอะไรไม่ออก....   เขาพุดเหมือนเด้กทารกคนนั้นคืออาเธน่า

 

 

      

 

 

       อย่าร้องไห้สิ  ไม่สมกับเป็นเจ้าเลยนะ  ไอโอรอสกอดข้าและลูบหัวเบาๆ  มันทั้งอบอุ่นและโศกเศร้าในเวลาเดียวกัน   ข้าเกลียดความรู้สึกแบบนี้   มันเหมือนเป็นครั้งสุดท้ายที่จะได้สัมผัสคนที่ข้ารัก......

 

      

 

 

      เจ้าคิดจะออกไปจากแซงค์ทัวรี่หรือ....?  ข้าเช็ดน้ำตาทิ้ง  หวังอยู่ในในว่าคำตอบจะเป็น ไม่’…..

 

 

      

 

 

       ใช่....ข้าจะพาเด็กคนนั้นและคล็อธซาจิทาเรียสไปด้วย…”  ข้าไม่เคยคิดเลยว่าทุกอย่างจะกลับตาลปัตรไปแบบนี้....   โลกอันสวยงามของข้าบิดเบี้ยวไปเสียแล้ว....

 

 

      

 

 

         ลาก่อน..ชูร่า....  ไอโอรอสจูบข้าเบาๆ  ตลกสิ้นดีที่จุบแรกของข้ามีเพียงรสเลือดและน้ำตา   แล้วไอโอรอสก็จากข้าไป..  ในตอนนี้  ตัวข้าไม่เหลืออะไรอีกแล้ว...

 

 

 

 

 

..อาจเหมือนว่าชั้น เป็นคนสำคัญของใคร..

 

 

 

..ได้รักมากมาย เกิดมามีพร้อมทุกสิ่ง..

 

 

 

..แต่วันที่ชั้นพบเธอ กลับทำให้รู้ความจริง..

 

 

 

 ..ว่าชีวิตชั้น ไม่เคยดีพร้อมสักอย่าง..

 

 

 

..ได้ใช้ชีวิต เป็นคนสำคัญของเธอ..

 

 

 

..ได้รักของเธอ ต่อเติมจนพร้อมทุกอย่าง..

 

 

 

..แต่เป็นเพราะชั้นคนเดียว ระแวงไม่ไว้ใจกัน..

 

 

 

..ที่ไปเชื่อคำใครคนนั้นทำเธอเสียใจ..

 

 

 

...สุดท้ายต้องเสียเธอ...

 

 

      

 

 

       ท่านชูร่า! เป็นอะไรรึเปล่าครับ!?”  เสียงของเหล่าทหารปลายแถวมาพร้อมกับสายฝนที่โปรยปรายลงมาเพื่อช่วยชำระเลือดและน้ำตา ..หรืออาจ...เยาะเย้ยความโง่เง่าของตัวข้าเอง...

 

 

      

 

 

       ข้าไม่เป็นไร  ข้าลุกขึ้นแล้วใช้หลังมือเช็ดเลือดที่มุมปาก ฝนยิ่งตกหนักขึ้นทุกทีๆ.......

 

 

      

 

 

       แล้วไอโอรอสล่ะครับ?  ข้ากำมือแน่น  ทุกครั้งที่ได้ยินชื่อ ไอโอรอส ใจข้าเหมือนถูกเข็มนับพันเมทิ่มแทง....

 

 

      

 

 

       ........  ข้าได้แต่เงียบ  ไม่อยากพูดอะไรทั้งนั้น  เหตุการณ์เมื่อครู่ทำลายจิตใจข้าจนยับเยินและไม่อาจรักษา...  ความรู้สึกที่สูญเสียคนรักไปช่างทรมานยิ่งนัก   แต่การที่ฆ่าคนที่รักที่สุด...มันยิ่งกว่าตกนรกทั้งเป็น......

 

      

 

 

       หรือว่า....จะตกเหวไปแล้ว....?

 

      

      

 

       หึ..เคยเป็นถึงโกลด์เซนต์ที่แข็งแกร่งแท้ๆ  น่าสมเพชจริง

 

 

      

 

 

        นี่แหละจุดจบที่เหมาะสมของคนทรยศ…”

 

 

      

 

 

       อ้าว..  จะไปไหนหรือครับ? ท่านชูร่า..  เหล่าทหารปลายแถวพากันหัวเราะเยาะ อดีตโกลด์เซนต์กันอย่างสนุกสนาน  ในขณะที่ข้าเหนื่อยล้าไปทั้งกายและใจ

 

 

      

 

 

        ข้าจะกลับวิหารไปพักผ่อน พรุ่งนี้จะได้รายงานองค์เคียวโก...

 

 

 

 

 

+++++++++++++++++++++++++++

 

 

      

 

 

       ข้านอนอยู่บนเตียงพลางนึกถึงเรื่องต่างๆที่เกิดขึ้นระหว่าข้ากับไอโอรอส     ความทรงจำไหลเอื่อยออกมาเป็นฉากๆ  ตั้งแต่วันที่ข้าถูกส่งมายังแซงค์ทัวรี่  วันที่ข้าได้พบกับไอโอรอสครั้งแรก วันที่ข้าเริ่มฝึกวิชา  วันที่ข้าไปนอนดูดาวกับไอโอรอส   เรื่อยมาจนถึง....ตอนที่ข้าทำร้ายไอโอรอส......

 

 

      

 

 

       คืนนี้ช่างหนาวเหลือเกิน  เมื่อไม่สามารถจับไปคอสโม่ของคนที่อยู่วิหารถัดจากข้าลงไป  ..ไอโอรอสจากข้าไปตลอกกาล...  ข้ากอดตัวเองหวังจะช่วยคลายหนาว  แต่แม้ร่างกายจะอุ่น  ใจข้ากลับหนาวเหน็บกว่าที่เคย...  น้ำตาอุ่นๆไหลลงมาอย่างเชื่องช้า    โลกของข้าในช่วงที่มีไอโอรอสอยู่ข้างๆมันช่างอบอุ่น  เต็มไปด้วยความสุข...  แต่บัดนี้..แสงอาทิตย์ของข้าหายไปแล้ว...  น้ำแข็งแห่งเหมันต์ฤดูเข้าเกาะกุมจิตใจข้าอีกครั้ง   คลอดคืนนั้น  ข้าไม่อาจข่มตาหลับได้เลย  ข้านอนร้องไห้อย่างหนักจนหลับไปด้วยความเหนื่อยอ่อน

 

 

     

 

 

       รุ่งเช้า    ข้าไปวิหารเคียวโกเพื่อรายงาน ภารกิจในสภาพอ่อนล้า  ขอบตาแดงช้ำจากการร้องไห้

 

 

     

 

 

       แคปปริคอร์น ชูร่า มารายงานภารกิจครับ..”  ข้าคุกเข่าลงหน้าบรรลังก์เคียวโก  แล้วรายงานภารกิจตามความเป็นจริงอันโหดร้าย

 

 

      

 

 

       เมื่อข้าออกมาจากวิหารเคียวโก  ไม่รู้เพราะอะไร  ทั้งๆที่ข้าตั้งใจจะกลับวิหารแพะทะเลของตัวเอง  ข้ากลับเดินเลยมายังวิหารคนครึ่งม้า....วิหารของไอโอรอส..

 

 

       

 

 

       ภายในวิหารยังมีกลิ่นของเจ้าของอยู่อบอวล  เหมือนกับว่าไอโอรสยังมีชีวิตอยู่  ทั้งๆที่เขาไม่ได้มีชีวิตอยู่บนโลกนี้แล้ว....ถ้าหากไอโอรอสจากไป ข้าอยากจะให้มันเหมือนกับว่าเขาจากไปอย่างแท้จริง

เพราะว่าการกระทำทุกอย่างของไอโอรอสยังคงอยู่ที่นี่ไม่จางหายไป  และมันทำให้ข้ารู้สึกว่าไม่ได้ถูกทอดทิ้งให้อยู่เพียงลำพัง

 

 

      

 

 

        ราวกับว่าบาดแผลเหล่านี้จะไม่ได้รับการเยียวยา..  ราวกับว่าที่นี่มีช่วงเวลามากมายที่ไม่สามารถลบเลือนไปได้  ..ไอโอรอสเคยทำให้ข้าหลงเสน่ห์ของเขาด้วยเสียงที่แสนกังวาน  แต่ตอนนี้ข้าถูกพันธนาการด้วยเรื่องราวของเขาที่ทิ้งไว้....  ใบหน้าของไอโอรอสยังคงวนเวียนอยู่ภายในฝันอันแสนสุขของข้า  เสียงของเขายังคงไล่ตามอยู่ตลอดเวลาอย่างมั่นคงภายในจิตใจของข้า...

 

 

      

 

 

       ข้าพยายามอย่างมากมายเหลือเกินเพื่อบอกตัวเองว่าไอโอรอสจากข้าไปแล้ว...  แต่ว่าข้ายังคงคิดว่าเขายังคงอยู่ตรงนี้...  ข้าคงจะต้องอยู่อย่างเดียวดายไปตลอดกาล...

 

 

      

 

 

       ข้าเดินกลับวิหารตัวเอง  ภายในใจเจ็บปวดจนยากที่จะบรรยาย  ข้าหยิบกรอบรูปที่ตั้งอยู่ในห้องนอนออกมา  ในรูปนั้นมีอะไรโอรอสกำลังยิ้มและใช้มือลูบหัวข้าที่ใบหน้าบูดบึ้ง  ข้ากอดรูปนั้นไว้แนบอก  ..น้ำตาไหลลงมาอีกครั้ง แล้วทรุดตัวลงนั่งพิงเสาเห็นเย็นเยียบในวิหารพลางถามตัวเองว่า  เมื่อไม่มีไอโอรอสแล้วข้าจะอยู่อย่างไร  จะใช้ชีวิตที่เหลือแบบไหน....  คล้ายจะได้ยินเสียงอันสดใสเรียกชื่อข้า...  เมื่อหันไปจะพบชายผู้หนึงในชุดลำลองยืนยิ้มอยู่  แต่ทุกอย่างกลับว่างเปล่า....ไม่มีอะไรเลย  ไม่มีแล้วคนที่ข้ารักที่สุด   ..แล้วข้าจะอยู่ไปเพื่ออะไร..?

 

 

 

 

 

..จากวันนี้จะอยู่เพื่อใคร ต่อไปนี้จะอยู่เช่นไร..

 

 

 

..ชั้นกำลังขาดใจเธอรู้รึเปล่า..

 

 

 

..แค่อยากจะขอเป็นคนของเธอ อยากมีเธอข้างกายเหมือนเก่า..

 

 

 

..รักจากใครที่ไหนก็ขอไม่เอา..

 

 

 

....ชั้นต้องการแค่เธอ....

 

 

      

 

 

       ในที่สุดข้าก็เข้าใจ  ว่าโลกที่ไม่มีไอโอรอสอยู่มันเป็นเช่นไร  ..มันไม่มีสีสัน  มันหนาวเหน็บ..  หากข้าย้อยเวลากลับไปได้  ข้าอยากแก้ไขทุกอย่าง  ...ข้าจะซื่อสัตย์กับตัวเองให้มากกว่านี้  เพื่อทุกสิ่งจะได้ไม่ต้องลงเอยอย่างเจ็บปวด....   โลกที่ไม่มีไอโอรอส  มันไม่น่าอยู่เลยจริงๆ......

 

 

 

 

 

+++++++++++++++++++++++++++

 

 

      

 

 

        หลังจากนั้น13ปี  ทั้งๆที่เรื่องในวันนั้ผ่านมานานแล้ว  ข้ากลับไม่เคยลืมเลย  อดีตได้กลายเป็นความเจ็บปวด  มันตามหลอกหลอนข้าอยู่ร่ำไป...  เรื่องราวในวันนั้น.....วันที่ข้าปิดชีพไอโอรอส...

 

 

      

 

 

       ข้าได้ข่าวจากองค์เคียวโกว่ามีบรอนซ์เซนต์กลุ่มหนึ่งบุกมายังแซงค์ทัวรี่  พวกเขาอ้างว่าเด็กสาวที่ตนปกป้องคือเทพีอาเธน่า   จะใช้เด็กคนนั้นรึเปล่านะ?  ทารกที่ไอโอรอสพาหนีไปพร้องคล็อธซาจิทาเรียสในคืนนั้น...

 

 

      

 

 

       มันไม่น่าเชื่อเลยจริงๆว่าบรอนซ์เซนต์พวกนั้นจะล้มโกลด์เซนต์ได้คนแล้วคนเล่า  ทั้งเดธมาสก์ ชากะ จะมีโกลด์เซนตืที่ต้องตายในศึกครั้งนี้กี่คน.?   และแล้วก็มาถึงวิหารของข้า

 

 

      

 

 

        ข้าได้สู้กับบรอนซ์เซนต์ที่ชื่อว่า  ดราก้อน ชิริว  ทั้งๆที่โดนข้าโจมตีไปหลายครั้งแล้ว แต่ก็ยังลุกขึ้นมาได้  และข้าเองก็เสียท่าให้กับบรอนซ์เซนต์คนนี้  ข้าโดนล็อกตัวจากด้านหลัง  แล้วชิริวก็ทะยานขึ้นฟ้าไปเหมือนกับมังกร...

 

 

      

 

 

       เจ้าบ้า!!  เดี๋ยวก็ได้ตายกันทั้งคู่หรอก!!  ไม่สิ.. เจ้าที่ไม่มีโกลด์คล็อธปกป้องร่างกายต่างหากที่ต้องตาย!”

 

 

      

 

 

        ขอแค่ล้มท่านให้ได้ก็พอ!”  เด็กหนุ่มคนนี้ไม่มีท่านทางหวาดหวั่นเลย   เขาทำให้ข้านึกถึงไอโอรอส...

 

 

      

 

 

       ทำไมเจ้าถึงต้องทำขนาดนี้ด้วย!?”  พวกเราลอยถึงชั้นบรรยากาศแล้ว  โอกาสที่จะกลับไปยังพื้นโลกมีน้อยมาก....

 

 

      

 

 

       ก็เพื่อปกป้องป้องคุณธรรมและความรักบนโลก  และเพื่ออาเธน่า!!!”  ใช่แล้ว..ในคืนนั้นไอโอรอสก็พูดแบบนี้....  ในที่สุดข้าก็เข้าใจ..    ไอโอรอสไม่ใช่คนทรยศหรือกบฏ  เขาเป็นวีรบุรุษ  ข้าที่ฆ่าไอโอรอสต่างหากที่เป็นกบฏ  ข้าไม่อยากทำผิดอีกแล้ว  บาปทั้งหมดที่ข้าก่อขึ้น  ข้าจะชดใช้มันเดี๋ยวนี้!!

 

 

      

 

 

        เจ้าต้องมีชีวิตอยู่ต่อไป  ปกป้องอาเธน่าในส่วนของข้าด้วย!!”  ข้าสละคล็อธตัวเองให้ชิริว  แล้วส่งเขากลับพื้นโลกอีกครั้ง   ข้าต้องตายอย่างแน่นอน    แต่ว่า..อีกเดี๋ยวข้าก็จะได้พบกับไอโอรอสแล้ว  ดีใจจริงๆ...  รอก่อนนะ  ข้ากำลังจะไปหาเจ้าแล้ว..  ไอโอรอส..!!

 

 

 

 

 

…Adiós  deloroso de espera…

 

 

 

 

 

+++++++++++++++++++++++++++

 

 

       

       Nuevo

 

 

      

 

 

       ที่นี่....ที่ไหน..?  ข้ารู้สึกตัวอีกครั้ง  รอบๆตัวข้ามีแต่สีขาวโพลนของความว่างเปล่า....  กระทั่งเสื้อผ้าของข้าก็เป็นสีขาว  ข้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองยืนอยู่บนพื้นหรืออากาศ    ข้าลองเดินไปเรื่อยๆ  แต่ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง  ทุกอย่างยังคงว่างเปล่า  บางที...นี่อาจเป็นโลกที่มีแต่วิญญาณเท่านั้นที่เข้ามาได้...

 

 

      

 

 

       ชูร่า...?  ข้าได้ยิน...มันเป็นเสียงไอโอรอส    เสียงของคนที่ข้ารอมาตลอด     แต่ข้าไม่กล้าหันกลับไป    ถ้ามันเป็นเพียงภาพหลอน  ..ข้าต้องเจ็บปวดอีกครั้ง..

 

 

      

 

 

       ชูร่าจริงๆด้วย!”  ข้าลองหันกลับไปก็พบกับไอโอรอสยืนอยู่ตรงนั้น   มันเป็นความจริงสินะ....  ข้าได้พบกับไอโอรอสแล้ว.....

 

 

      

 

 

       ไอโอรอส.....นี่เจ้า..จริงๆหรือ..?  เขาไม่พูดอะไร  แค่ยิ้ม....เป็นรอยยิ้มที่อบอุ่น   ข้าจำได้ดี  นี่แหละ....คนที่ข้ารอมา13ปี..

 

 

      

 

 

        ฮึก.. ไอโอรอส...ไอโอรอส!!” ข้าวิ่งเข้าไปกอดคนที่ยืนอยู่เบื้องหน้า  คิดถึงเหลือเกิน... คนๆนี้  สัมผัสแบบนี้..  คิดถึงจริงๆ

 

 

      

 

       “ร้องไห้อีกแล้ว..  รู้สึกว่าช่วงที่ข้าไม่อยู่เจ้าจะขี้แยขึ้นเยอะนะ  ไอโอรอสลูบหัวข้าเบาๆ  ข้าไม่รู้สึกถึงความโกรธแค้นหรือเกลียดชังจากคอสโม่ของไอโอรอสเลย  ..แม้ข้าจะทำบาปที่มิอาจชดใช้ไว้เมื่อ13ที่แล้ว..

 

 

       

 

 

        ขอโทษนะ.. ข้าขอโทษไอโอรอส.... ฮือ ข้ามันโง่เองที่ไม่เชื่อเจ้าในตอนนั้น...  ข้ามัน.. ข้ามัน..

 

 

      

 

 

       อย่าโทษตัวเองสิ..  ตอนนั้นเจ้าไม่รู้นี่นา..  อย่าร้องไห้เลย  ข้าให้อภัยเจ้านะ..  ไอโอรอสเช็ดน้ำตาให้ข้าอย่างอ่อนโยน  แล้วจูบซับน้ำตาให้ข้า..

 

 

      

 

 

        จ..จะดีหรือ...?  คำพูดของไอโอรอสนั้นราวกับน้ำบริสุทธิ์ที่ชะล้างความโศกเศร้าและความเจ็บปวดทั้งปวงออกไปจากจิตใจข้า

 

 

      

 

 

       ดีสิ...  ข้ารักเจ้านะ..ชูร่า….”  ไอโอรอสจูบข้าอีกครั้ง  แต่ตอนนี้ มันไม่เศร้าอีกต่อไป    ..ในที่สุด  แสงอาทิตย์ก็ส่องลงมายังโลกของข้าอีกครั้ง....

 

 

 

 

 

-- Borde --

 

 

 

 

 

hablar!

 

      

 

       Hola a todos ustedes los lectores!!><  สวัสดีผู้อ่านทุกท่านค่ะ  วันนี้เข้ามาทักทายด้วยภาษาสเปน แหะๆ=w=   ฟิคคราวนี้ชู่เป็นตัวหลัก ชูร่าเป็นคนสเปนก็ต้องใช้ภาษาสเปนสิเนอะ(จริงๆไม่ได้เรียนภาษาสเปนหรอกนะ=A=)  สารภาพบาปว่าตอนแรกเขียนเป็นฝรั่งเศส Nuevo(บทส่งท้าย)ก็เป็น finalé

Borde(จบ)ก็เป็นFin  ก็แหม~ คนเขียนเป็นแม่ยกมิวๆนี่นา

 

      

 

 

       สำหรับฟิคเรื่องนี้ เป็นฟิคเศร้าเรื่องแรก แถมเป็นsong fic ถ้าภาษายังไม่ดีก็ขอโทษนะคะ ไม่เคยเขียนฟิคเศร้า~TT TT  เพลงประกอบฟิคเรื่องนี้คือ คนสำคัญที่เนื้อหาเหมาะกับชูร่ามากก~  แต่จริงๆทีอีกเพลงคือ “my immotal” โดยevansecence  เพลงนี้เอามาแค่ความหมาย  ซึ่งเป็นช่วงที่ชูร่าบรรยายความรู้สึกของตัวเอง  ส่วนชื่อฟิคก็แปลว่าการรอคอยอันเจ็บปวดค่ะ=w=’’

 

      

 

 

       ฟิคเรื่องนี้อาจจะจบแล้ว แต่งานของคนเขียนยังไม่หมดค่ะ!!=A=  เนื่องจากงานเข้าตอนคาบอังกฤษ  เขียนเรื่องสั้นเป็นภาษาอังกฤษ...ไม่เคยเขียนโว้ยย  และด้วยความมักง่ายและขี้เกียจฉลาด(?)ของคนเขียน  มันจึงตัดสินใจแปลฟิคนี้= =    เอาล่ะ บ่นเยอะแล้ว  ขอตัวล่ะค่า~!>w<

 

 

 

 

ปล. อ่านแล้วเม้นด้วยค้าบบบ

 

 

 

 

ปล2. จะได้ไปฮาราจูกุแล้ว เย้~~